_copy.jpg

นวัตกรรมการเรียนรู้
ieie.gif



1) ความหมายของนวัตกรรมการเรียนรู้
นวัตกรรม(Innovation) มาจากคำบาลีว่า นวต + คำสันสกฤตว่า กรฺม และ คำภาษาอังกฤษว่า (Innovation) หมายถึง สิ่งที่ทำขึ้นใหม่หรือแปลไปจากเดิม ซึ่งอาจจะเป็นความคิดคิด วิธีการ หรืออุปกรณ์ เป็นต้น (พจนานุกรมฉบับบัณฑิตยสถาน, 2542)
นวัตกรรมการเรียนรู้ (Learning Innovation) หมายถึง การนำความคิดใหม่ วิธีการสอนใหม่ หรือ สิ่งที่ประดิษฐ์ใหม่ และการพัฒนาวิชาเทคนิคใหม่(Technological innovation) เกี่ยวกับวิชาช่างทางอุตสาหกรรม (Longman Exams Diction, 2006)
นวัตกรรม(Innovation) หมายถึง สิ่งใหม่ที่เกิดจากการใช้ความรู้ และความคิดสร้างสรรค์ที่มีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคม (สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ, 2548)
นวัตกรรมการเรียนรู้ (Learning Innovation) มาจากคำบาลีว่า นวต + คำสันสกฤตว่า กรฺม และ คำภาษาอังกฤษว่า (Innovation) หมายถึง สิ่งที่ทำขึ้นใหม่หรือแปลไปจากเดิม ซึ่งอาจจะเป็นความคิด วิธีการ หรืออุปกรณ์ ที่นำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดความคิดใหม่ วิธีการสอนใหม่ หรือ สิ่งที่ประดิษฐ์ใหม่ และการพัฒนาวิชาเทคนิค(Technological innovation) เกี่ยวกับวิชาช่างทางอุตสาหกรรม ดังนั้น นวัตกรรมการเรียนรู้ จึงเป็น แนวคิด การปฏิบัติ เป็นสิ่งที่เป็นรูปธรรม สามารถมองเห็นหรือจับต้องได้ ในฐานที่เป็นสิ่งประดิษฐ์ หรือแนวคิดใหม่ๆ ซึ่งส่งผลให้เกิดการยอมรับหรือปฏิเสธในนวัตกรรมนั้น ๆ


2) แนวทางการพัฒนาและปรับปรุงนวัตกรรมการเรียนรู้








การพัฒนา และปรับปรุงนวัตกรรมการเรียนรู้ เป็นนำสิ่งใหม่ที่เกิดจากการใช้ความรู้ และความคิดสร้างสรรค์ที่มีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ สังคม และการจัดการเรียนรู้ ซึ่งในปัจจุบันนวัตกรรมเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่า นวัตกรรมกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนการระบบเศรษฐกิจ สังคมฐานความรู้ (ไพรัช ธัชยพงษ์, 2548) การนำพลวัตของเทคโนโลยีต่างๆ เช่น เทคโนโลยีชีวภาพ โลหะ และวัสดุ เทคโนโลยีสารสนเทศ และนาโนเทคโนโลยีมาใช้ และสร้างให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ ทั้งในรูปแบบของผลิตภัณฑ์ใหม่ กระบวนการใหม่ หรือธุรกิจใหม่ อันจะผลส่งให้ภาคเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศ เจริญเติบอย่างมั่น และยั่งยืน (โกศล ดีศีลธรรม, 2548)
บทบาทสำคัญในการพัฒนา และปรับปรุงนวัตกรรมการเรียนรู้จะก่อให้เกิดความมั่นคงให้กับองค์กร และประเทศ และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต ความได้เปรียบในการแข่งขัน จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่การสร้างเทคโนโลยีใหม่ แต่รวมไปถึงการประยุกต์ และการผนวกเทคโนโลยีที่มีอยู่ (Existing Technologies) ดังนั้น เทคโนโลยีจึงนิยามถึงความรู้ (Knowledge) กระบวนการ (Processes) วิธีการ (Methods) เครื่องมือ (Tool) และระบบ (Systems) เพื่อสร้างนวัตกรรมและการเพิ่มผลิตภาพ และสร้างศักยภาพให้กับชาติ
แนวทางการพัฒนาและปรับปรุงนวัตกรรมการเรียนรู้ เป็นรากฐานที่สำคัญในการพัฒนาการเทคโนโลยีการเรียนรู้ ครอบคลุม 3 ด้าน ได้แก่ ด้านการบริหาร ด้านการบริการ ด้านการบริการ และด้านการจัดการเรียนการสอน
(1) ด้านการบริหาร นำแนวคิดระบบ (System Concept) มาเป็นรากฐานของระบบสารสนเทศ ที่แสดงให้เห็นถึงการนำระบบไปใช้ในองค์กรธุรกิจ รวมทั้งส่วนประกอบและกิจกรรมของระบบสารสนเทศ ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจแนวคิดอื่นๆ ของเทคโนโลยี โปรแกรมประยุกต์ การพัฒนา และการจัดการระบบสารสนเทศ ดังตัวอย่างกรณีศึกษาต่อไปนี้

กรณีศึกษาของ American Management System : AMS มีศูนย์ความรู้ (The AMS knowledge Center) มีระบบสารสนเทศแบบใหม่ เป็นระบบการจัดการองค์ความรู้ (Knowledge Management System : KMS) ที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศหลากหลาย เพื่อช่วยให้พนักงานขององค์กรที่มีความรู้ช่วยกันจัดโครงสร้างและแบ่งปันความรู้ทางธุรกิจในรูปของอินทราเน็ตเว็บไซท์ ในหัวข้อ ‘การปฏิบัติงานที่ดี (Best Practices)’ ได้รับการพัฒนาขึ้นจากประสบการณ์ทางธุรกิจของพนักงานและเก็บบันทึกไว้ในรูปแบบสื่อประสมเชื่อมโยงหลายมิติ (Hyperlink Multimedia) บนเว็บไซท์ โดยพนักงานอื่นสามารถเรียกใช้งานได้จากเว็บบราวเซอร์ (Web Browser) ศูนย์ความรู้ของ AMS เป็นหนึ่งในหลายๆรูปแบบของระบบสารสนเทศ ซึ่งมีส่วนประกอบพื้นฐานดังนี้ ทรัพยากรบุคคล ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ข้อมูล และเครือข่าย สิ่งที่สนับสนุน ข้อมูลเข้า การประมวลผล ข้อมูลออก จัดเก็บและกิจกรรมควบคุม (Control Activities) ผลิตภัณฑ์สารสนเทศ (Information Products) ที่หลากหลายสำหรับผู้ใช้ (End User)
1.2 แนวคิดวิธีระบบ (System Approach)
หลักและแนวคิดวิธีระบบ ครอบคลุม ความหมายของระบบ กระบวนการทำงานของระบบ ลักษณะของระบบที่ดี ประเภทของระบบ วิธีระบบ องค์ประกอบวิธีระบบ และนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้โดยวิธีระบบ
1.2.1 ความหมายของระบบ

ระบบ (System) หมายถึง สิ่งที่ประกอบขึ้นมาจากหน่วยย่อยหรือองค์ประกอบย่อย ที่จะต้องมีความสัมพันธ์และทำหน้าที่ร่วมกันเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ ภายในระบบแต่ละระบบสามารถมองเป็น ระบบย่อย (Subsystem) ได้ซึ่งระบบย่อยเหล่านี้ถือว่าเป็นระบบด้วยเช่นกัน เพราะมีองค์ประกอบต่าง ๆ ของระบบที่สมบูรณ์ในตัวเอง เมื่อระบบย่อยหลาย ๆ ระบบรวมกันจะทำให้เกิดระบบใหญ่ขึ้น
แนวคิดระบบ (System Concept) ระบบเป็นกลุ่มข้อมูลส่วนย่อย (Elements) ที่เกี่ยวพันกันหรือทำงานร่วมกันเพื่อประกอบให้เป็นหนึ่งเดียว ระบบ (System) คือ กลุ่มของส่วนประกอบที่มีความเกี่ยวพันระหว่างกัน มีการทำงานร่วมกันเพื่อเป้าหมายเดียวกัน โดยการรับข้อมูลเข้าและผลิตข้อมูลออกจากการประมวลผล บางครั้งเรียกว่า ระบบพลวัต (Dynamic System)
ถ้าพิจารณาองค์กร ในรูปแบบของระบบการเรียนของโรงเรียน ระบบดังกล่าวจะประกอบด้วยระบบย่อยคือ ฝ่ายรับสมัคร ฝ่ายทะเบียน ฝ่ายการเงิน ฝ่ายบุคลากร ฝ่ายวิชาการ ฝ่าย ต่าง ๆ เหล่านี้จะต้องทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กร ในแต่ละฝ่ายอาจจะมีระบบย่อยได้อีก

1.2.2 กระบวนการทำงานของระบบ
กระบวนการทำงานของระบบ (Process System) ประกอบด้วย ปัจจัยนำเข้า กระบวนการ
การควบคุม ผลผลิตหรือผลลัพธ์ และข้อมูลป้อนกลับ
1) ปัจจัยนำเข้า (Input) เป็นการป้อนวัตถุดิบหรือข้อมูลต่างๆ การตั้งปัญหา การตั้งวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินงานในระบบ การนำเข้าหรือ ข้อมูลนำเข้า เกี่ยวข้องกับการจับและรวบรวมข้อมูลส่วนย่อยที่ถูกป้อนเข้าสู่ระบบเพื่อใช้ในการประมวลผล ตัวอย่างเช่น วัตถุดิบ พลังงาน ข้อมูล ความพยายามของมนุษย์ที่ต้องการความปลอดภัย และการรวบรวมเพื่อประมวลผล เป็นต้น

2) กระบวนการ (Process) เป็นการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลที่ป้อนทนำเข้าเพื่อดำเนินการประมวลผล เกี่ยวข้องกับการแปลงข้อมูลนำเข้าให้เป็นข้อมูลออก ตัวอย่างเช่น กระบวนการทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม กระบวนการหายใจของมนุษย์ หรือ การคำนวณทางคณิตศาสตร์ เป็นต้น
3) การควบคุม (Control) เป็นการควบคุมและตรวจสอบเพื่อให้ดำเนินงานเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและได้ผลลัพธ์อย่างมีคุณภาพ และเป็นการเฝ้าสังเกตและการประเมินผลป้อนกลับว่าระบบได้ดำเนินไปใกล้เป้าหมายหรือไม่ หน้าที่การควบคุมเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อการปรับปรุงข้อมูลนำเข้าและกระบวนการประมวลผลเพื่อให้ได้ข้อมูลออกที่เหมาะสม เช่น ผู้จัดการฝ่ายขายได้รับสิทธิ์ควบคุมพนักงานขายใหม่ที่อยู่ในเขตการขายของตน เป็นต้น
4) ผลผลิต /ผลลัพธ์ (Output ) เป็นผลผลิตที่ได้ออกมาภายหลังจากการดำเนินงานในขั้นของกระบวนการสิ้นสุดลงรวมถึงการประเมินผลการส่งออก/ข้อมูลออก/การแสดงผล/ผลลัพธ์ ที่เกี่ยวข้องกับการโอนข้อมูลส่วนย่อยที่ถูกผลิตโดยการประมวลผลส่งไปยังปลายทาง ตัวอย่างเช่น ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป การให้บริการและสารสนเทศการจัดการที่ถูกถ่ายทอดไปยังผู้ใช้

5) ข้อมูลป้อนกลับ (Feedback) เป็นการนำเอาผลลัพธ์ประเมินนั้นมาพิจารณา ว่ามีข้อบกพร่องอะไรบ้าง พิจารณาดังนี้
- ผลป้อนกลับและการควบคุม (Feedback and Control) แนวคิดเรื่องระบบเกิดประโยชน์มากขึ้นเมื่อเพิ่มส่วนประกอบของผลป้อนกลับและการควบคุม ระบบที่มีทั้งผลป้อนกลับและการควบคุมบางครั้งเรียกว่า ระบบไซเบอร์เนติกส์ (Cybernetic System) ซึ่งเป็นทั้งระบบเฝ้าสังเกตด้วยตนเอง (Self-monitoring System) และระบบจัดระเบียบด้วยตนเอง (Self-regulating System)
- ผลป้อนกลับ/ผลสะท้อน/ผลส่งกลับ (Feedback) เป็นข้อมูลเกี่ยวกับผลการปฏิบัติงานของระบบ เช่น ข้อมูลการปฏิบัติงานของพนักงานขายเป็นผลป้อนกลับไปยังผู้จัดการฝ่ายขาย เป็นต้น
1.2.3 ลักษณะของระบบที่ดี
1) มีปฎิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม
2) มีจุดมุ่งหมายหรือเป้าหมาย
3) มีการรักษาสภาพแวดล้อม
4) การแก้ไขตนเอง

1.2.4 ประเภทของระบบ
ประเภทของระบบเราสามารถจำแนกเป็น ระบบเปิด และระบบปิด
1) ระบบเปิด (open system) คือระบบที่มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อสภาพแวดล้อม มีการแลกเปลี่ยนข่าวสารข้อมูลกับสิ่งแวดล้อมภายนอก ซึ่งพยายามปรับตัวเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภายในให้อยู่รอดได้ โดยทั่วไปแล้วองค์กรต่าง ๆ ถือว่าเป็นระบบย่อยของระบบธุรกิจทั้งหมด การทำงานขององค์กรต้องมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของระบบธุรกิจ ซึ่งถือว่าเป็นสภาพแวดล้อมภายนอกตาม เช่นระบบ การลงทะเบียน มีความสัมพันธ์ระบบอื่น ๆ ที่อยู่ภายนอกของระบบ ตั้งแต่การรับใบลงทะเบียนจากนักศึกษา ตรวจสอบข้อมูลการลงทะเบียน การชำระเงินค่าลงทะเบียน การทำตารางเรียนตารางสอน
2) ระบบปิด (close system) คือระบบที่ไม่ต้องสนองต่อสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น การทดลองในห้องปฏิบัติการ หรือระบบที่ทีการควบคุมการปฏิบัติต่าง ๆ ได้อย่างสมบูรณ์



1.2.5 องค์ประกอบของระบบ
องค์ประกอบที่สำคัญของระบบมี 4 ส่วน ได้แก่ ส่วนนำเข้า (input) ส่วนกระบวนการหรือ
โพรเซส (processing) ส่วนผลลัพธ์ (output) และส่วนป้อนกลับ (feed-back)

1) ส่วนนำเข้า หมายถึง ทรัพยากรหรือสิ่งที่จำเป็น เพื่อนำเข้าสู่ระบบแล้วก่อให้เกิดกระบวนการขึ้น
2) ส่วนกระบวนการ หมายถึง ส่วนที่ทำหน้าที่แปรสภาพ หรือประมวลผล โดยอาศัยส่วนนำเข้าของระบบไปแปรสภาพเป็นผลลัพธ์ที่ต้อง
3) ส่วนผลลัพธ์ หมายถึง ส่วนที่ต้องการจากระบบ ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของระบบ
4) ส่วนป้อนกลับ หมายถึง ส่วนที่ใช้ในการควบคุมการทำงานของกระบวนการ เพื่อให้การทำงานของระบบบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยนำเอาส่วนผลลัพธ์ไปเปรียบเทียบกับวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ จากนั้นนำผลที่ได้จากการเปรียบเทียบไปปรับปรุงส่วนนำเข้าหรือกระบวนการการคิดอย่างมีระบบ
การคิดอย่างมีระบบ หมายถึง การพิจารณาปฎิสัมพันธ์ ที่เกี่ยวข้องระหว่างการดำเนินงานและองค์ประกอบทั้งหลายในระบบมิใช่มองเพียงจุดใดจุดหนึ่งเท่านั้น

1.2.6 วิธีระบบ (System approach)
วิธีระบบ (System approach) ได้มีการกล่าวถึงอ้างอิงกันมาก จริงๆ แล้วเกือบจะทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดตามธรรมชาติจะถือว่าประกอบด้วยระบบอยู่ทั้งนั้น จักรวาลจัดเป็นระบบที่ใหญ่ที่สุดที่เรารู้จัก มนุษย์เป็นระบบย่อยลงมา ระบบแต่ละระบบมักจะประกอบด้วยระบบย่อย (subsystem ) และแต่ละระบบย่อยก็ยังอาจจะประกอบด้วยระบบย่อยลงไปอีก
วิธีระบบ คือแนวทางในการพิจารณาและแก้ไขปัญหา ซึ่งแนวทางดังกล่าวถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้มีความผิดพลาดน้อยที่สุด ขณะเดียวกันก็พยายามใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้คุ้มค่าที่สุด ( Allen, Joseph and Lientz, Bennet p. 1978)
ในปัจจุบันจะพบว่า วิธีระบบนั้นถูกนำไปใช้ในด้านต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง วิธีระบบจะเป็นตัวจัดโครงร่าง (Skeleton) และกรอบของงานเพื่อให้ง่ายต่อการที่จะนำเทคนิค วิธีการแก้ปัญหาต่าง ๆ มาใช้ การทำงานของวิธีระบบจะเป็นการทำงานตามขั้นตอน (step by step) ตามแนวของตรรกศาสตร์ ผู้ใช้วิธีระบบจะต้องเชื่อว่า “ ระบบ” ประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ ที่มีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน (interrelated parts) และเชื่อว่าประสิทธิผล (effectiveness) ของระบบนั้นจะต้องดูจากผลการทำงานของระบบมิได้ดูจากการทำงานของระบบย่อยแต่ละระบบ
ความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบต่าง ๆ ภายในระบบและค้นหาปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในระบบย่อย โดยนำวิธีการทางวิทยาศาสตร์มาใช้ ซึ่งเรียกกระบวนการนี้ว่า “วิธีระบบ” (System Approach) ระบบจะต้องมี ดังต่อไปนี้

1. องค์ประกอบ
2. องค์ประกอบนั้นต้องมีความสัมพันธ์ มีการโต้ตอบ มีปฏิสัมพันธ์กันและ
3. ระบบต้องมีวัตถุประสงค์ในการดำเนินกิจกรรมนั้น ๆ

1.2.7 องค์ประกอบของวิธีระบบ
วิธีระบบ (System Approach) มีองค์ประกอบที่สำคัญ 4 ประการ คือ
1) ข้อมูลวัตถุดิบหรือตัวป้อน (Input)
2) กระบวนการ (Process)
3) ผลผลิต (Output)
4) การตรวจผลย้อนกลับ (Feedback)

1.2.8 นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้โดยวิธีระบบ
นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้โดยวิธีระบบ (System Approach) (ธำรงค์ พานิชเจริญ, 2552) เน้นในด้านทักษะการออกแบบ วางแผน และปฏิบัติจริง เพื่อให้เกิดผลผลิตตามต้องการ องค์ประกอบที่สำคัญคือ ทรัพยากร กระบวนการ และผลผลิต ว้ตถุประสงค์ เพื่อให้เกิดทักษะในการวางแผน การจัดสรร การใช้ทรัพยากรที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถใช้กระบวนการ เพื่อการจัดการทรัพยากรให้เกิดเป็นผลผลิตที่คุ้มค่าตามต้องการ ความสำคัญ การวางแผน การบริหารจัดการ กรอบแนวคิด หลักการและทฤษฎีที่นำมาใช้ องค์ประกอบวิธีระบบ (System Approach) ส่วนนำเข้า (In put) หมายถึงทรัพยากร หรือความพยายาม ความชำนาญที่จำเป็นต้องใช้ในการจัดการระบบ ส่วนกระบวนการ (Process) เป็นวิธีการ หรือขั้นตอนการปฏิบัติงานที่กำหนดจากขั้นการวางแผน ส่วนผลลัพธ์ (Out put) เป็นผลผลิตที่ได้จากการ บริหารจัดการทรัพยากรด้วยกระบวนการที่มีขั้นตอนชัดเจน สื่อและเครื่องมือที่ใช้ แผนจัดการเรียนรู้
ใบความรู้ ใบมอบหมายภาระงาน ทรัพยากรอื่นๆที่สนับสนุนการดำเนินการในแต่ละภาระงาน กระบวนการ ขั้นตอนหรือกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ สำรวจความต้องการ วัสดุอุปกรณ์ ทรัพยากรที่จำเป็นต้องใช้ในการดำเนินงาน กำหนดเนื้อหาสาระ จัดทำแผนงาน ขั้นตอนวิธีดำเนินงาน นำวัสดุอุปกรณ์ ทรัพยากร มาบริหารจัดการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในแผนงาน จนสำเร็จ ประเมินผลผลิต เพื่อหาข้อมูลในการนำมาปรับปรุงแก้ไข นำเสนอผลงานที่ปรับปรุง แก้ไขจนเป็นที่พอใจแล้ว ต่อผู้อื่น ผลที่ได้จากการเรียนรู้ • ผู้เรียนเข้าใจหลักการ มีแนวคิดและวิธีการในการวางแผนงาน ผู้เรียนกำหนดขั้นตอนกระบวนการในการดำเนินงานตามแผนงานได้ ผู้เรียนนำเอา หลักการ แนวคิด วิธีการทำงานไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ ข้อเสนอแนะ “ครูผู้สอนต้องออกแบบกิจกรรมให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการวางแผนงาน ตามภาระงานนั้นๆ อย่างแท้จริง”